ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ | Icarrier Shipping



Terms and Conditions of Service Version 2.0
วันที่ประกาศฉบับปรับปรุง: 08/07/2026
วันที่มีผลบังคับใช้: 08/07/2026

ผู้ให้บริการ: Icarrier Shipping (“Icarrier”, “ผู้ให้บริการ”, “เรา”)
ผู้ใช้บริการ: ลูกค้า / ผู้ใช้บริการ (“ลูกค้า”, “ท่าน”)
Icarrier Shipping เป็นชื่อทางการค้าของผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานในนามบุคคลธรรมดา และอาจมีการปรับเปลี่ยนสถานะทางธุรกิจเป็นนิติบุคคลในอนาคต หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะผู้ให้บริการ Icarrier จะแจ้งให้ลูกค้าทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม และเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้จะยังคงใช้บังคับต่อไป เว้นแต่มีการประกาศแก้ไขหรือออกเงื่อนไขฉบับใหม่

บทนำ
ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบการให้บริการของ Icarrier Shipping รวมถึงสิทธิ หน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ ข้อจำกัด และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อ ขนส่ง และนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย

การใช้บริการของ Icarrier ไม่ว่าผ่านช่องทางเว็บไซต์ LINE Official Account Facebook Instagram ระบบสมาชิก หรือช่องทางอื่นใดที่ Icarrier กำหนด ถือว่าลูกค้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้แล้ว
หากลูกค้าไม่เห็นด้วยกับข้อใดข้อหนึ่ง กรุณางดใช้บริการ หรือสอบถามทีมงาน Icarrier ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

หมวดที่ 1 คำจำกัดความ
1.1 “Icarrier” หรือ “ผู้ให้บริการ” หมายถึง Icarrier Shipping รวมถึงเจ้าของกิจการ ทีมงาน ผู้แทน ผู้ประสานงาน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทน Icarrier
1.2 “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ใช้บริการของ Icarrier ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าแทน การฝากส่งสินค้า การขนส่งระหว่างประเทศ หรือการจัดส่งภายในประเทศไทย
1.3 “บริการ” หมายถึง บริการสั่งซื้อสินค้าแทนจากประเทศญี่ปุ่น บริการรับสินค้า บริการขนส่งระหว่างประเทศ บริการนำเข้าสินค้าแบบสินค้ารวม บริการจัดส่งภายในประเทศไทย และบริการอื่น ๆ ที่ Icarrier ประกาศให้บริการ
1.4 “ผู้ขายต้นทาง” หมายถึง ร้านค้า แพลตฟอร์ม บุคคลทั่วไป หรือผู้จำหน่ายสินค้าในประเทศญี่ปุ่นที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้า
1.5 “โกดังญี่ปุ่น” หมายถึง สถานที่รับและรวบรวมสินค้าของ Icarrier หรือพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น
1.6 “โกดังไทย” หมายถึง สถานที่รับสินค้า คัดแยก ชั่งน้ำหนัก และเตรียมจัดส่งภายในประเทศไทย
1.7 “สินค้ารวม” หรือ “Consolidated Cargo” หมายถึง รูปแบบการขนส่งที่รวบรวมสินค้าของลูกค้าหลายรายไว้ในรอบขนส่งเดียวกัน เพื่อลดต้นทุนการขนส่งโดยรวม
1.8 “Tracking” หมายถึง หมายเลขหรือข้อมูลติดตามสถานะพัสดุที่ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะสินค้า ทั้งจากผู้ขายมายังโกดังญี่ปุ่น หรือจากระบบของ Icarrier และบริษัทขนส่งในประเทศไทย ซึ่งแบ่งเป็น
(1) Tracking ต้นทาง ที่ออกโดยผู้ขายต้นทางหรือบริษัทขนส่งในประเทศญี่ปุ่น
(2) Tracking ภายใน ที่ออกโดย Icarrier เพื่อใช้บริหารจัดการและแสดงสถานะสินค้าในระบบ
(3) Tracking ปลายทาง ที่ออกโดยบริษัทขนส่งในประเทศไทย
1.9 “สินค้าต้องห้าม” หมายถึง สินค้าที่ไม่สามารถรับสั่งซื้อ ขนส่ง หรือนำเข้าได้ตามกฎหมาย นโยบายของ Icarrier นโยบายของสายเรือ สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.10 “สินค้าควบคุม” หมายถึง สินค้าที่อาจต้องได้รับใบอนุญาต เอกสารรับรอง หรือการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า ส่งออก หรือขนส่ง

หมวดที่ 2 ขอบเขตการให้บริการ
2.1 Icarrier ให้บริการในฐานะตัวแทนในการสั่งซื้อ รับสินค้า ขนส่ง และประสานงานจัดส่งสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยตามคำสั่งของลูกค้า
2.2 Icarrier มิใช่ผู้ผลิต ผู้ขาย หรือเจ้าของสินค้าต้นทาง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบุรายละเอียดสินค้า คุณภาพสินค้า สภาพสินค้า ความแท้ ความครบถ้วน หรือการจัดส่งของผู้ขายต้นทาง รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าใด ๆ ของสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ
2.3 Icarrier ให้บริการตามข้อมูลที่ลูกค้าแจ้งและตามข้อมูลที่ปรากฏจากผู้ขายต้นทาง Icarrier ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้าแทนลูกค้า เว้นแต่ Icarrier ตกลงให้บริการตรวจสอบเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร และการรับสินค้าเข้าระบบ ณ โกดังญี่ปุ่น เป็นเพียงการยืนยันการรับพัสดุตามหมายเลข Tracking ต้นทางเท่านั้น ไม่ถือเป็นการรับรองความถูกต้องของตัวสินค้าภายในบรรจุภัณฑ์
2.4 การให้บริการของ Icarrier อาจประกอบด้วยบริการดังต่อไปนี้ตามแต่กรณี
-บริการสั่งซื้อสินค้าแทน
-บริการประมูลสินค้าแทน
-บริการรับสินค้าเข้าระบบที่โกดังญี่ปุ่น
-บริการรวบรวมสินค้าเพื่อขนส่งระหว่างประเทศ
-บริการขนส่งทางเรือ
-บริการขนส่งทางอากาศ
-บริการชั่งน้ำหนักและคำนวณค่าขนส่ง
-บริการจัดส่งภายในประเทศไทย
-บริการเสริมอื่น ๆ ตามที่ Icarrier ประกาศ
2.5 Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธ ระงับ หรือยกเลิกการให้บริการ หากพบว่าสินค้าหรือคำสั่งซื้อมีความเสี่ยง ฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนนโยบายของ Icarrier หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ Icarrier ลูกค้ารายอื่น หรือบุคคลภายนอก ทั้งนี้ Icarrier หรือผู้แทน มีสิทธิ์เปิดส่อง ตรวจสอบ หรือเอ็กซเรย์บรรจุภัณฑ์ของสินค้าหากมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าควบคุม โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกค้า

หมวดที่ 3 รูปแบบการขนส่งและการนำเข้า
3.1 บริการขนส่งทางเรือและทางอากาศของ Icarrier เป็นการขนส่งในรูปแบบสินค้ารวม หรือ Consolidated Cargo โดยสินค้าของลูกค้าหลายรายอาจถูกรวบรวมอยู่ในรอบขนส่งเดียวกัน
3.2 รูปแบบการขนส่งแบบสินค้ารวมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้รับค่าขนส่งในราคาที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะและข้อจำกัดที่แตกต่างจากการนำเข้าสินค้าแบบแยกรายการ หรือการนำเข้าเชิงพาณิชย์ในนามลูกค้าแต่ละราย
3.3 Icarrier ไม่มีหน้าที่ออกเอกสารนำเข้า ใบขนสินค้า ใบกำกับภาษีนำเข้า หรือเอกสารศุลกากรแยกรายการของสินค้าแต่ละชิ้นให้แก่ลูกค้า เว้นแต่ Icarrier ได้ตกลงให้บริการดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า
3.4 เอกสารที่ Icarrier สามารถจัดเตรียมหรือแสดงให้ลูกค้าได้ อาจเป็นเอกสารภายในของ Icarrier เช่น สรุปยอดค่าใช้จ่าย รายการสินค้า เลขพัสดุ หรือสถานะการขนส่ง ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารนำเข้าแยกรายการของสินค้าลูกค้าแต่ละราย
3.5 หากภายหลังการส่งมอบสินค้าแล้ว มีการตรวจสอบ เรียกเอกสาร ดำเนินการ หรือมีคำสั่งใด ๆ จากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย อันเป็นเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Icarrier ทาง Icarrier จะไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าใช้จ่าย การดำเนินการ หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ และหาก Icarrier ต้องเสียค่าปรับ ค่าใช้จ่าย หรือค่าทนายความอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าว ลูกค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ให้แก่ Icarrier เต็มจำนวน
3.6 ค่าบริการที่ Icarrier แจ้งแก่ลูกค้าเป็นค่าบริการตามรูปแบบการให้บริการของ Icarrier เท่านั้น ไม่ถือเป็นการรับรองผลการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ ไม่ถือเป็นการรับรองว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นในทุกกรณี และไม่ถือเป็นการรับรองว่าเอกสารนำเข้าของสินค้าจะสามารถออกแยกตามรายการสินค้าแต่ละชิ้นได้
3.7 Icarrier ไม่รับขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอม สินค้าควบคุม สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ หรือสินค้าที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายไทย กฎหมายญี่ปุ่น หรือกฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากตรวจพบ Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธการขนส่ง ทำลายสินค้า หรือส่งมอบให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่ต้องคืนเงินค่าบริการ และลูกค้าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสินค้าของลูกค้า สินค้าของผู้อื่น และของ Icarrier
3.8 การตรวจรับสินค้า ณ โกดังญี่ปุ่น บริการตรวจรับเข้าระบบของ Icarrier เป็นเพียงการตรวจสอบภายนอกของบรรจุภัณฑ์ (เช่น สภาพกล่องภายนอก เลขพัสดุ หรือจำนวนกล่องต้นทาง) เท่านั้น Icarrier ไม่มีหน้าที่เปิดกล่องเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของชนิดสินค้า สี ไซส์ ฟังก์ชันการใช้งาน หรือตรวจสอบว่าเป็นสินค้าแท้หรือปลอม เว้นแต่ลูกค้าจะใช้บริการเสริมพิเศษที่ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

หมวดที่ 4 การสั่งซื้อสินค้าแทน
4.1 ลูกค้าต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วนก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ เช่น ชื่อสินค้า รุ่น สี ขนาด จำนวน สภาพสินค้า ราคา ค่าจัดส่งในประเทศญี่ปุ่น เงื่อนไขของผู้ขาย และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.2 เมื่อ Icarrier ได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้า และดำเนินการสั่งซื้อหรือประมูลสินค้าแล้ว ลูกค้าไม่สามารถยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือขอคืนเงินได้ เว้นแต่ผู้ขายต้นทางยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือเกิดความผิดพลาดจาก Icarrier โดยตรง
4.3 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อกรณีดังต่อไปนี้
-ผู้ขายระบุรายละเอียดสินค้าไม่ครบถ้วน
-ผู้ขายส่งสินค้าผิดรุ่น ผิดสี ผิดขนาด หรือผิดจำนวน
-ผู้ขายไม่จัดส่งสินค้า
-ผู้ขายจัดส่งล่าช้า
-ผู้ขายส่งสินค้าที่มีตำหนิ
-ผู้ขายส่งสินค้าปลอม สินค้าเลียนแบบ หรือสินค้าผิดลิขสิทธิ์
-ผู้ขายปิดบัญชี ยกเลิกรายการ หรือไม่สามารถติดต่อได้
-ลูกค้าเข้าใจรายละเอียดสินค้าคลาดเคลื่อนจากประกาศของผู้ขาย
4.4 Icarrier อาจช่วยประสานงานกับผู้ขายต้นทางตามความเหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันผลการตอบกลับ การคืนเงิน การเปลี่ยนสินค้า หรือการชดเชยจากผู้ขายต้นทางได้
4.5 สำหรับสินค้าประมูล หากลูกค้าชนะการประมูลแล้ว ลูกค้าต้องรับผิดชอบยอดประมูลตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์มหรือผู้ขาย ไม่สามารถยกเลิกได้ เว้นแต่แพลตฟอร์มหรือผู้ขายอนุญาตเป็นกรณีเฉพาะ

หมวดที่ 5 การฝากส่งหรือส่งสินค้าเข้าโกดังญี่ปุ่นด้วยตนเอง
5.1 ลูกค้าที่ส่งสินค้าเข้าโกดังญี่ปุ่นด้วยตนเองต้องแจ้งข้อมูลสินค้า เลขติดตามพัสดุ และรหัสลูกค้าตามที่ Icarrier กำหนดทุกครั้ง
5.2 ลูกค้าต้องระบุรหัสลูกค้า ชื่อผู้รับ หรือข้อมูลอ้างอิงตามรูปแบบที่ Icarrier แจ้ง หากลูกค้าระบุข้อมูลไม่ครบถ้วน ระบุผิด หรือไม่แจ้งข้อมูลล่วงหน้า Icarrier อาจไม่สามารถตรวจสอบเจ้าของสินค้าได้
5.3 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความล่าช้า การตกหล่น การสูญหาย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการไม่แจ้งข้อมูล การแจ้งข้อมูลผิด การไม่มีเลขติดตามพัสดุ หรือการส่งสินค้าเข้ามาโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง
5.4 สินค้าที่ไม่สามารถระบุเจ้าของได้ Icarrier จะจัดเก็บไว้ไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่ตรวจพบ หากพ้นกำหนดดังกล่าว Icarrier มีสิทธิ์ดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น เก็บค่าฝากสินค้า ระงับการรับสินค้า ส่งคืน ทำลาย หรือจำหน่ายเพื่อนำมาชดเชยค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

หมวดที่ 6 ค่าใช้จ่ายและการชำระเงิน
6.1 ค่าใช้จ่ายของลูกค้าอาจประกอบด้วย
-ค่าสินค้า
-ค่าบริการสั่งซื้อหรือประมูล
-ค่าจัดส่งภายในประเทศญี่ปุ่น
-ค่าขนส่งระหว่างประเทศ
-ค่าจัดส่งภายในประเทศไทย
-ค่าบริการเสริม เช่น รวมกล่อง รีแพ็ก แพ็กพิเศษ หรือบริการอื่น
-ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นจริงตามลักษณะสินค้าและบริการ
6.2 ยอดประเมินราคาที่ Icarrier แจ้งก่อนสั่งซื้อเป็นเพียงยอดประมาณการเท่านั้น โดยเฉพาะค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าจัดส่งภายในประเทศไทย ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักจริง ขนาดจริง ปริมาตร จำนวนกล่อง หรือเงื่อนไขของบริษัทขนส่ง
6.3 ลูกค้าต้องชำระค่าสินค้าหรือค่าใช้จ่ายส่วนแรกก่อนที่ Icarrier จะดำเนินการสั่งซื้อ เว้นแต่ Icarrier กำหนดเงื่อนไขอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
6.4 ลูกค้าต้องชำระค่าขนส่ง ค่าจัดส่งภายในประเทศไทย และค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือเมื่อสินค้าถึงไทยหรือเมื่อ Icarrier แจ้งยอดเรียกเก็บ
6.5 Icarrier มีสิทธิ์ระงับการจัดส่งสินค้า ระงับการสั่งซื้อเพิ่มเติม หรือระงับการให้บริการ หากลูกค้ามียอดค้างชำระเกินกำหนด
6.6 หากลูกค้าไม่ชำระยอดค้างภายในระยะเวลาที่ Icarrier กำหนด Icarrier มีสิทธิ์คิดค่าฝากสินค้า ค่าบริหารจัดการ หรือดำเนินการกับสินค้าตามความเหมาะสมเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
6.7 อัตราแลกเปลี่ยน อัตราค่าขนส่ง ค่าบริการ และเงื่อนไขการชำระเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของ Icarrier โดยการใช้บริการหลังจากมีการประกาศเปลี่ยนแปลงถือว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขดังกล่าว

หมวดที่ 7 น้ำหนัก ขนาด ปริมาตร และการคำนวณค่าขนส่ง
7.1 Icarrier คำนวณค่าขนส่งจากน้ำหนักจริง ขนาดจริง หรือน้ำหนักปริมาตร ตามเกณฑ์ที่ Icarrier หรือผู้ให้บริการขนส่งกำหนด
7.2 เครื่องชั่งและการวัดขนาดที่โกดังไทยถือเป็นข้อมูลสุดท้ายในการคำนวณค่าขนส่ง เว้นแต่ Icarrier ตรวจพบความผิดพลาดอย่างชัดเจน
7.3 สินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเบา รูปทรงพิเศษ หรือไม่สามารถวางซ้อนร่วมกับสินค้าอื่นได้ อาจถูกคิดค่าขนส่งตามปริมาตรหรือเรทพิเศษ
7.4 Icarrier มีสิทธิ์ปรับค่าขนส่งตามน้ำหนัก ขนาด หรือประเภทสินค้าจริง แม้ยอดประเมินก่อนสั่งซื้อจะแตกต่างจากยอดจริง

หมวดที่ 8 ระยะเวลาการขนส่ง
8.1 ระยะเวลาขนส่งที่ Icarrier แจ้งเป็นระยะเวลาโดยประมาณเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันวันที่สินค้าจะถึงปลายทาง
8.2 ระยะเวลาขนส่งอาจเริ่มนับจากวันที่สินค้าถึงโกดังญี่ปุ่น วันที่สินค้าเข้าระบบ วันที่ปิดรอบเรือหรือรอบบิน หรือวันที่ Icarrier ประกาศตามแต่ละบริการ
8.3 ระยะเวลาขนส่งอาจเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย เช่น การจัดส่งของผู้ขายต้นทาง วันหยุด การคัดแยกสินค้า การปิดรอบขนส่ง สภาพอากาศ สถานการณ์ท่าเรือ สายเรือ สายการบิน การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ พิธีการนำเข้า หรือเหตุสุดวิสัยอื่น
8.4 Icarrier จะพยายามแจ้งข้อมูลสถานะและความล่าช้าตามช่องทางที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายทางตรงหรือทางอ้อมที่เกิดจากความล่าช้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Icarrier

หมวดที่ 9 การตรวจรับสินค้าและขอบเขตการตรวจสอบ
9.1 Icarrier ตรวจรับสินค้าในระดับพัสดุหรือกล่องตามข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้จากภายนอก เช่น ชื่อผู้รับ รหัสลูกค้า เลขติดตามพัสดุ จำนวนกล่อง หรือข้อมูลที่ผู้ขายและลูกค้าแจ้งไว้
9.2 Icarrier ไม่มีนโยบายเปิดแกะพัสดุของลูกค้าเพื่อตรวจสอบรายละเอียดสินค้าภายใน เว้นแต่ลูกค้าใช้บริการเสริมที่ Icarrier กำหนด หรือมีเหตุจำเป็นเพื่อความปลอดภัย การขนส่ง หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
9.3 Icarrier ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้ เว้นแต่ตกลงเป็นบริการเสริมอย่างชัดเจน
-ความแท้ของสินค้า
-สภาพสินค้าโดยละเอียด
-การทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
-การทดลองเปิดเครื่องหรือทดลองใช้งาน
-ความครบถ้วนของอะไหล่ ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์เสริม
-ความถูกต้องของสี รุ่น ไซซ์ หรือรายละเอียดสินค้า
-ความเสียหายภายในกล่องที่ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอก
9.4 หากลูกค้าต้องการบริการตรวจสอบเพิ่มเติม ต้องแจ้ง Icarrier ล่วงหน้า และ Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธบริการหากไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสมหรือปลอดภัย

หมวดที่ 10 สินค้ามือสอง ของสะสม และสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะ
10.1 ลูกค้ารับทราบว่าสินค้ามือสอง ของสะสม สินค้าเปิดกล่อง สินค้าประมูล หรือสินค้าจากบุคคลทั่วไป อาจมีตำหนิ รอยขีดข่วน กล่องบุบ ซีด เหลือง กลิ่น ความเสื่อมสภาพ หรือรายละเอียดที่ผู้ขายไม่ได้ระบุครบถ้วน
10.2 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อสภาพสินค้าเดิมจากผู้ขายต้นทาง รวมถึงตำหนิที่เกิดขึ้นก่อนสินค้าเข้ารับโดย Icarrier
10.3 สำหรับสินค้าสะสม เช่น การ์ด ฟิกเกอร์ โมเดล ตุ๊กตา หนังสือ กล่องสินค้า หรือสินค้าที่มูลค่าขึ้นอยู่กับสภาพ Icarrier ไม่สามารถรับประกันเกรด ความสมบูรณ์ ความแท้ หรือมูลค่าตลาดของสินค้าได้
10.4 ลูกค้าควรพิจารณาภาพ รายละเอียด คะแนนร้านค้า ประวัติผู้ขาย และเงื่อนไขของแพลตฟอร์มก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

หมวดที่ 11 สินค้าต้องห้าม สินค้าควบคุม และสินค้าที่ต้องตรวจสอบก่อนส่ง
11.1 Icarrier ไม่รับสั่งซื้อหรือขนส่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอม สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายไทย กฎหมายญี่ปุ่น หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
11.2 ตัวอย่างสินค้าที่ Icarrier อาจปฏิเสธการให้บริการ ได้แก่
-สินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท
-สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือสินค้าเลียนแบบ
-สินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธหรือชิ้นส่วนอาวุธ
-วัตถุไวไฟ ก๊าซ สเปรย์ สารเคมี หรือของเหลวบางประเภท
-ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีใบอนุญาต
-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ควบคุม
-สัตว์มีชีวิต ซากสัตว์ พืช เมล็ดพันธุ์ หรือสินค้าจากสัตว์ป่าคุ้มครอง
-เงินสด ทองคำ อัญมณี วัตถุโบราณ หรือของมีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ
-แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน เพาเวอร์แบงก์ หรือสินค้าไฟฟ้าบางประเภทที่ต้องตรวจสอบก่อน
-สินค้าที่สายเรือ สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิเสธรับขนส่ง
11.3 รายการข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง Icarrier มีสิทธิ์ปรับปรุงรายการสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าควบคุมตามกฎหมาย ประกาศของหน่วยงานรัฐ นโยบายของ Icarrier หรือเงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
11.4 ลูกค้ามีหน้าที่แจ้งรายละเอียดสินค้าให้ถูกต้องครบถ้วน หากลูกค้าแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วน ปกปิดข้อมูล หรือส่งสินค้าที่เข้าข่ายต้องห้ามหรือควบคุม Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธ ระงับ ส่งคืน ทำลาย หรือดำเนินการอื่นตามความเหมาะสม โดยลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมด
11.5 หากสินค้าถูกปฏิเสธ ตรวจสอบ ระงับ หรือไม่สามารถขนส่งได้เนื่องจากเป็นสินค้าต้องห้าม สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่ลูกค้าแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วน Icarrier ไม่จำเป็นต้องคืนค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว

หมวดที่ 12 การจัดส่งภายในประเทศไทย
12.1 เมื่อสินค้าถึงโกดังไทยและลูกค้าชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน Icarrier จะดำเนินการจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าผ่านบริษัทขนส่งภายในประเทศ หรือจัดเตรียมสินค้าให้ลูกค้าเข้ารับเองตามเงื่อนไขที่ Icarrier กำหนด
12.2 Icarrier ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งภายในประเทศเท่านั้น ความเสียหาย ความล่าช้า หรือการสูญหายที่เกิดขึ้นหลังจากส่งมอบพัสดุให้บริษัทขนส่งภายในประเทศ จะเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทขนส่งรายนั้น
12.3 Icarrier จะช่วยประสานงานติดตามพัสดุกับบริษัทขนส่งภายในประเทศตามความเหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันผลการชดเชยหรือการดำเนินการของบริษัทขนส่งได้
12.4 กรณีลูกค้าเข้ารับสินค้าที่โกดังด้วยตนเอง หรือมอบหมายบุคคลอื่น เช่น รถรับจ้างหรือบริการรับส่งสินค้าให้เข้ารับแทน ลูกค้าหรือผู้แทนต้องตรวจนับจำนวนกล่องและสภาพภายนอกของพัสดุก่อนออกจากโกดัง
12.5 หากลูกค้าหรือผู้แทนรับสินค้าออกจากโกดังแล้ว โดยไม่ได้แจ้งปัญหาจำนวนกล่องหรือสภาพภายนอกในขณะรับสินค้า Icarrier อาจไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อเรียกร้องที่แจ้งภายหลัง

หมวดที่ 13 การรับประกันและความรับผิดชอบของ Icarrier
13.1 Icarrier รับผิดชอบเฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าสินค้าสูญหายระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศภายใต้ความดูแลของ Icarrier ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการเคลมและหลักฐานที่ Icarrier กำหนด
13.2 วงเงินความรับผิดของ Icarrier จำกัดอยู่ที่มูลค่าสินค้าที่ลูกค้าชำระจริง ไม่รวมค่าขนส่ง ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ค่าเสียโอกาส หรือความเสียหายทางอ้อม และไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ Icarrier ประกาศต่อรายการหรือต่อพัสดุ และไม่เกิน 3,000 บาท ต่อกล่อง/ต่อตั๋วขนส่ง หรือไม่เกิน 3 เท่าของค่าบริการขนส่งของพัสดุชิ้นนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า
13.3 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อกรณีดังต่อไปนี้
-สภาพสินค้าเดิมจากผู้ขาย
-ผู้ขายส่งผิด ส่งไม่ครบ หรือส่งสินค้าที่ไม่ตรงรายละเอียด
-สินค้าชำรุดจากการบรรจุหีบห่อไม่เหมาะสมของผู้ขายต้นทาง
-สินค้าแตกง่ายหรือเปราะบาง
-สินค้าที่เสียหายจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ
-สินค้าที่เสียหายจากของเหลวรั่ว กลิ่น เชื้อรา ความชื้น หรืออุณหภูมิ
-สินค้าที่ไม่มีเลขติดตามพัสดุจากต้นทาง
-สินค้าที่ลูกค้าแจ้งข้อมูลผิดหรือไม่ครบถ้วน
-สินค้าต้องห้ามหรือสินค้าควบคุม
-เหตุสุดวิสัยหรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
-ความเสียหายทางอ้อม เช่น กำไรที่คาดว่าจะได้รับ มูลค่าตลาดที่เปลี่ยนแปลง หรือค่าเสียโอกาส
-ความล่าช้าอันเนื่องมาจากขั้นตอนศุลกากร สภาพอากาศ, ตารางเดินเรือเปลี่ยนแปลง, หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ทางการขนส่ง
13.4 หากลูกค้าต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับสินค้ามูลค่าสูง ลูกค้าควรแจ้ง Icarrier ล่วงหน้าก่อนสั่งซื้อหรือก่อนขนส่ง เพื่อพิจารณาทางเลือกในการประกันเพิ่มเติม หากมีบริการดังกล่าวในขณะนั้น

หมวดที่ 14 เงื่อนไขการเคลมสินค้า
14.1 ลูกค้าต้องตรวจสอบสินค้าทันทีเมื่อได้รับพัสดุ
14.2 หากพบปัญหา เช่น สินค้าสูญหาย เสียหาย ได้รับไม่ครบ หรือมีข้อผิดปกติ ลูกค้าต้องแจ้ง Icarrier ภายใน 48 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ได้รับสินค้า
14.3 การเคลมต้องมีหลักฐานประกอบครบถ้วน ได้แก่
-วิดีโอแกะกล่องแบบต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเปิดพัสดุจนเห็นสินค้าภายใน
-ภาพกล่องพัสดุภายนอกทุกด้าน
-ภาพใบปะหน้าพัสดุหรือเลข Tracking
-ภาพสภาพสินค้าและความเสียหายอย่างชัดเจน
-รายละเอียดคำสั่งซื้อหรือหลักฐานการชำระเงิน
-หลักฐานอื่นที่ Icarrier ขอเพิ่มเติมตามความจำเป็น
14.4 หากไม่มีวิดีโอแกะกล่องแบบต่อเนื่อง หรือหลักฐานไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธการเคลม
14.5 Icarrier จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลในระบบ หลักฐานจากลูกค้า ข้อมูลจากโกดัง บริษัทขนส่ง และผู้ขายต้นทางตามความเหมาะสม
14.6 การรับเคลมหรือการชดเชยขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบของ Icarrier และต้องอยู่ภายในขอบเขตความรับผิดที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขฉบับนี้

หมวดที่ 15 การคืนเงิน การยกเลิก และเครดิตค้างชำระ
15.1 เมื่อ Icarrier ดำเนินการสั่งซื้อ ประมูล หรือชำระเงินให้ผู้ขายต้นทางแล้ว ลูกค้าไม่สามารถยกเลิกรายการหรือขอคืนเงินได้ เว้นแต่ผู้ขายต้นทางยกเลิกรายการ หรือเกิดจากความผิดพลาดของ Icarrier โดยตรง
15.2 หากผู้ขายต้นทางยกเลิกคำสั่งซื้อและคืนเงินให้ Icarrier ทาง Icarrier จะคืนเงินให้ลูกค้าตามยอดที่ได้รับคืนจริง ภายในระยะเวลาที่ Icarrier กำหนด
15.3 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อค่าธรรมเนียม อัตราแลกเปลี่ยน ส่วนต่างค่าเงิน หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากระบบชำระเงิน แพลตฟอร์ม หรือธนาคาร เว้นแต่เกิดจากความผิดพลาดของ Icarrier โดยตรง
15.4 หากลูกค้ามียอดค้างชำระ Icarrier มีสิทธิ์ระงับการจัดส่งสินค้า ระงับการสั่งซื้อเพิ่มเติม หรือใช้สิทธิยึดหน่วงสินค้าไว้จนกว่าลูกค้าจะชำระยอดค้างครบถ้วน
15.5 หากลูกค้าไม่ติดต่อหรือไม่ชำระยอดค้างภายในภายใน 30 วัน นับจากวันที่สินค้าถึงคลังปลายทาง ให้ถือว่าลูกค้าสละสิทธิ์ในตัวสินค้า และตกลงให้ Icarrier มีสิทธิ์นำสินค้าดังกล่าวออกขายทอดตลาด ทำลาย หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายได้ทันที โดยลูกค้าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น

หมวดที่ 16 เหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม
16.1 Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความล่าช้า ความเสียหาย การสูญหาย ค่าใช้จ่าย หรือผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Icarrier
16.2 เหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
-ภัยธรรมชาติ
-สงคราม ความไม่สงบ หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
-โรคระบาด
-การหยุดชะงักของสายเรือ สายการบิน ท่าเรือ หรือขนส่งระหว่างประเทศ
-การตรวจสอบหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ
-การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎระเบียบ
-ระบบของแพลตฟอร์มหรือผู้ขายขัดข้อง
-เหตุขัดข้องของบริษัทขนส่ง
-เหตุการณ์อื่นใดที่ Icarrier ไม่สามารถควบคุมได้ตามสมควร
16.3 Icarrier จะพยายามแจ้งข้อมูลและประสานงานตามความเหมาะสม แต่ไม่ถือเป็นการรับประกันว่าจะสามารถป้องกันหรือแก้ไขผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทุกกรณี

หมวดที่ 17 การแจ้งประกาศและการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข
17.1 Icarrier มีสิทธิ์ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าบริการ ระยะเวลาขนส่ง รายการสินค้าต้องห้าม ขั้นตอนการให้บริการ หรือเงื่อนไขการใช้บริการได้ตามความเหมาะสม
17.2 การแจ้งประกาศผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Icarrier เช่น เว็บไซต์ LINE Official Account Facebook Instagram หรือระบบสมาชิกของ Icarrier ถือเป็นการแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยชอบแล้ว
17.3 การใช้บริการหลังจากมีการประกาศเปลี่ยนแปลง ถือว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขฉบับที่มีผลบังคับใช้ในขณะนั้น
17.4 หากลูกค้าไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง กรุณางดใช้บริการหรือสอบถาม Icarrier ก่อนดำเนินการต่อ

หมวดที่ 18 การยอมรับเงื่อนไขผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
18.1 การยืนยันคำสั่งซื้อ การกดปุ่มยอมรับเงื่อนไข การส่งข้อความยืนยันผ่าน LINE Official Account Facebook Instagram เว็บไซต์ ระบบสมาชิก หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ Icarrier กำหนด ถือเป็นการแสดงเจตนายอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ
18.2 ข้อมูลการสนทนา ประวัติคำสั่งซื้อ หลักฐานการชำระเงิน ข้อความยืนยัน รายการแจ้งยอด ใบเสนอราคา และข้อมูลในระบบของ Icarrier อาจใช้เป็นหลักฐานประกอบการให้บริการ การตรวจสอบ หรือการระงับข้อพิพาทได้
18.3 ลูกค้ารับทราบว่าการใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์มีผลผูกพันเช่นเดียวกับการใช้บริการผ่านช่องทางเอกสาร เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

หมวดที่ 19 การเปลี่ยนสถานะผู้ให้บริการในอนาคต
19.1 ลูกค้ารับทราบว่า Icarrier Shipping เป็นชื่อทางการค้าของผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานในนามบุคคลธรรมดา และอาจมีการปรับโครงสร้างเป็นนิติบุคคลในอนาคต
19.2 หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางธุรกิจ เช่น การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน หรือรูปแบบนิติบุคคลอื่น Icarrier จะแจ้งให้ลูกค้าทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม
19.3 การเปลี่ยนแปลงสถานะผู้ให้บริการดังกล่าวไม่กระทบต่อคำสั่งซื้อ รายการขนส่ง ยอดค้างชำระ ภาระผูกพัน หรือสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้นก่อนวันเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ Icarrier จะประกาศไว้เป็นอย่างอื่น
19.4 เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคล เงื่อนไขการให้บริการอาจถูกปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับสถานะของผู้ให้บริการ โดยการใช้บริการต่อหลังจากมีการประกาศเงื่อนไขฉบับใหม่ ถือว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขฉบับดังกล่าว

หมวดที่ 20 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
20.1 Icarrier ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และจะใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ
20.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ Icarrier อาจเก็บรวบรวม ได้แก่
-ชื่อและนามสกุล
-ที่อยู่
-เบอร์โทรศัพท์
-ช่องทางติดต่อ
-ข้อมูลคำสั่งซื้อ
-หลักฐานการชำระเงิน
-ข้อมูลการจัดส่ง
-ประวัติการใช้บริการ
-ข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
20.3 Icarrier ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-ดำเนินการสั่งซื้อและขนส่งสินค้า
-ติดต่อประสานงานกับลูกค้า
-จัดส่งสินค้า
-ออกเอกสารหรือสรุปยอดที่เกี่ยวข้อง
-ตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือการเคลม
-ป้องกันการทุจริตหรือการใช้บริการโดยมิชอบ
-ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
20.4 Icarrier อาจเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น เช่น พันธมิตรขนส่ง โกดัง ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน บริษัทขนส่งภายในประเทศ ที่ปรึกษากฎหมาย หรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย
20.5 Icarrier จะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลภายนอก
20.6 ลูกค้าสามารถติดต่อ Icarrier เพื่อสอบถาม แก้ไข หรือตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ตามช่องทางที่ Icarrier กำหนด

หมวดที่ 21 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
21.1 ข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย
21.2 หากเกิดข้อพิพาท Icarrier และลูกค้าจะพยายามเจรจาและแก้ไขปัญหาด้วยความสุจริตก่อนดำเนินการทางกฎหมาย
21.3 หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ศาลไทยที่มีเขตอำนาจเป็นผู้พิจารณาข้อพิพาท เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

หมวดที่ 22 ข้อกำหนดทั่วไป
22.1 หากข้อใดข้อหนึ่งในเงื่อนไขฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของข้ออื่นที่เหลือ
22.2 การที่ Icarrier ไม่ใช้สิทธิหรือผ่อนผันการใช้สิทธิในครั้งใด ไม่ถือว่า Icarrier สละสิทธิ์ในการใช้สิทธิดังกล่าวในอนาคต
22.3 เงื่อนไขฉบับนี้ถือเป็นข้อตกลงหลักระหว่าง Icarrier และลูกค้าเกี่ยวกับการใช้บริการ เว้นแต่มีข้อตกลงเฉพาะเป็นลายลักษณ์อักษรที่ Icarrier อนุมัติไว้ต่างหาก

ประกาศโดย
Icarrier Shipping
วันที่ประกาศ: 08/07/2026
วันที่มีผลบังคับใช้: 08/07/2026